เคล็ดลับความฉลาดของเด็กที่พ่อแม่ช่วยได้!

วิธีกระตุ้นสมองทารกแรกเกิด

สมองของเด็กเล็กมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 5 ขวบปีแรก โดยเฉพาะสามปีแรกมีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการพัฒนาความรู้ทางด้านสังคม อารมณ์ และการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็ว เช่น เด็กจะเรียนรู้คำศัพท์ในช่วงประมาณ 15-18 เดือน และจะมีการเรียนรู้คำศัพท์อย่างรวดเร็วไปจนถึงก่อนวัยเรียน มาดู วิธีกระตุ้นสมองทารกแรกเกิด กันดีกว่าค่ะสมองของลูกน้อยพัฒนาขึ้นได้อย่างไร

สมองของลูกน้อยจะมีการเจริญเติบโตขึ้นไปตามสิ่งที่เขารู้สึก ได้กลิ่น ได้ยิน หรือแม้แต่การรับรส เนื่องจากทุกครั้งที่เด็กใช้ประสาทสัมผัสหนึ่งอย่าง จะมีการเชื่อมต่อประสาทในสมองของเด็กไปด้วย เมื่อเด็กเกิดประสบการณ์ใหม่ๆ ซ้ำๆ หลายครั้งเข้า ก็จะทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ที่ก่อให้เกิดความรู้สึก และการเรียนรู้

วิธีช่วยให้พัฒนาการทางสมองของเด็ก

ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างพ่อแม่กับลูกน้อย เป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่ช่วยในการบำรุงสมองของทารกให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่พ่อแม่ร้องเพลง เล่นกับลูก อ่านหนังสือ หรือแม้แต่เล่านิทานให้ลูกน้อยฟัง พร้อมๆ กับดูแลเรื่องสุขภาพและอาหารหารกินก็ช่วยได้มากค่ะ การที่พ่อแม่มอบความรักให้แก่ลูกน้อย จะช่วยให้สมองของทารกเจริญเติบโตได้ดี หากลูกน้อยมีสุขภาพที่ดี มีปฎิสัมพันธ์กับพ่อแม่อย่างต่อเนื่องภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย จะส่งผลต่อศักยภาพที่ดีของเด็กในอนาคตได้เป็นอย่างมาก

สำหรับในช่วงขวบปีแรก พ่อแม่อาจแสดงความรักต่อลูกน้อยด้วยการโอบกอดบ่อยๆ และพูดคุยเป็นประจำเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมอง และส่งเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์ เนื่องจากการที่เด็กได้อยู่ใกล้แม่ และไม่รับการโอบกอดระหว่างที่แม่ให้นม จะทำให้ลูกน้อยรู้สึกถึงความมั่นคงทางด้านอารมณ์ค่ะ

หากลูกร้องไห้โยเยบ่อยๆ ในช่วงแรกคุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะเด็กเพียงแค่ต้องการที่จะสื่อสารกับคุณเท่านั้น และหากคุณรู้สึกว่าลูกร้องไห้เมื่อไหร่ก็ให้อุ้มลูกขึ้นมา และพูดคุยกับเขา เพื่อให้ลูกสงบและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพวกเขาด้วยพ่อแม่เลี้ยงลูกอย่างใกล้ชิดดีอย่างไร

การสร้างความผูกพันที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูกอย่างแนบชิด จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถพัฒนาความสามารถที่หลากหลายได้ ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างทักษะที่ดีไปตลอดชีวิต โดยพัฒนาการเหล่านั้น ได้แก่

  • การเรียน
  • ความมั่นใจในตนเอง และความภูมิใจในตนเอง
  • มีทักษะทางสังคมในเชิงบวก
  • มีความสัมพันธ์ที่ดีที่อาจช่วยให้ประสบความสำเร็จในอนาคต
  • มีพัฒนาการทางด้านความรู้สึก การเอาใจใส่

สมองของเด็กพัฒนาไปรูปแบบไหน

เมื่อสมองของเด็กมีพัฒนาการที่ดี เด็กจะเริ่มแสดงด้านอารมณ์ที่ดีขึ้น ลูกน้อยจะเริ่มรู้สึกถึงความผิดหวัง และเริ่มที่จะมีความต้องการเป็นของตัวเอง อาจมีอาการกลัวคนแปลกหน้าหรือไม่คุ้นชินกับสถานที่แปลกใหม่ เริ่มรู้สึกถึงอารมณ์ที่อยากหัวเราะ การเพิกเฉย โกรธ เขินอาย หรือแม้แต่ไม่แสดงอารมณ์ หากลูกมีอารมณ์แบบนี้ พ่อแม่ต้องพยายามอดทน และต้องเข้าใจลูกด้วยว่าเป็นวัยที่ลูกจะแสดงอารมณ์ต่างๆ ออกมา การลงโทษลูกมากเกินไปอาจทำให้เด็กเกิดความเครียดเอาได้ ดังนั้น แนะนำให้ใช้วิธีจัดการกับพฤติกรรมของลูกแบบเชิงบวกจะดีกว่าค่ะ

หากเด็กถูกลงโทษทางร่างกายหรือทางคำพูดที่รุนแรง ถูกทอดทิ้ง ถูกทารุณ หรืออยู่ในครอบครัวที่ชอบใช้ความรุนแรง อยู่ในครอบครัวที่มีความเจ็บป่วยทางจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือผู้ที่ติดยาเสพย์ติด เมื่อลูกเครียดมากๆ อาจทำให้สมองของเด็กที่กำลังพัฒนาเกิดความล่าช้าทางด้านสติปัญหา สัใคม และอารมณ์ลงได้ สุดท้ายแล้วอาจนำไปสู่ปัญหาพฤติกรรมในวัยเรียนในที่สุดเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงมีความแตกต่างกันไหม

เด็กไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะมีความต้องการทางด้านร่างกายและจิตใจ ความต้องการทางด้านสังคม และรู้สึกมีความรู้สึกที่เหมือนกัน เด็กต้องการความรัก ความสนใจไม่ได้แตกต่างจากกันเลย แังนั้น พ่อแม่ควรจะเอาใจใส่ลูก กระตุ้นให้ลูกเกิดการเรียนรู้ การสำรวจให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกก่อนที่จะเข้าเรียนค่ะ

บทบาทของพ่อแม่มีความสำคัญมาก เพราะต้องมอบความรัก ความเอาใจใส่ ไหนจะเรื่องของคุณภาพชีวิต การศึกษาให้กับลูก เพราะว่าทุกช่วงชีวิตของลูกมักมีพ่อแม่ที่คอยสนับสนุนอยู่ตลอดค่ะ

ที่มา: factsforlifeglobal

หนังสือผ้าเสริมพัฒนาการทารก เสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย

ประโยชน์หนังสือผ้าเสริมพัฒนาการทารก

  • หนังสือผ้ากระตุ้นพัฒนาการด้านการมองเห็น เพราะมีสีสันสดใส สะดุดตา ช่วยให้เจ้าตัวน้อยมองตาม
  • หนังสือผ้ากระตุ้นการจดจำคำศัพท์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เมื่อเด็กได้เรียนรู้คำศัพท์เยอะ ๆ โตขึ้นก็จะมีคลังคำศัพท์ในสมองเยอะ
  • หนังสือผ้าปลอดภัย ไม่ฉีกขาดง่าย หากเลือกซื้อหนังสือผ้าเสริมพัฒนาการที่มีคุณภาพ ก็จะแข็งแรง ทนทาน ไม่ฉีกขาดง่าย ๆ และยังปลอดภัย หากทารกนำเข้าปาก
  • หนังสือผ้ากระตุ้นพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ เมื่อลูกได้หยิบ คว้า กำ ขยำ จะทำให้กล้ามเนื้อทารกแข็งแรง

การเปลี่ยนแปลงของเด็ก 6 ขวบ 6 เดือน มีอะไรที่เราควรรู้บ้าง?

พัฒนาการลูก 6 ปี 6 เดือน

ในพริบตาเดียว ลูกของคุณ ก็มีอายุ 6 ปี 6 เดือนแล้ว อายุที่มากขึ้น ก็เท่ากับ กิจกรรมที่มากขึ้น การเดินทางสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ในช่วงนี้คุณพ่อ คุณแม่ จะเห็นการเปลี่ยนแปลง และ ความน่าตื่นตาตื่นใจของลูกในช่วงนี้มาก

โดยเด็กอายุ 6 ปี 6 เดือนนั้นจะมีพัฒนาการที่โดดเด่นมาก การเติบโตและพัฒนาของเขาจะสามารถสังเกตได้ง่ายมาก ลูกจะเริ่มตัดสินใจที่จะเลือก สิ่งใด สิ่งหนึ่ง ยากขึ้น เช่น ลูกจะคิดเยอะระหว่างการเลือกกินไอศครีม หรือ ขนมเค้ก ในช่วงนี้

ถึงจะดูเลือกยาก เรื่องมาก เลือกกิน แต่จำไว้ว่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการของลูกน้อยในช่วงนี้

ในบทความนี้เราจะสำรวจในแง่มุมเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการโดยรวมของลูกในวัย 6 ปี 6 เดือน จะได้มาดูกันว่าในแง่ทักษะร่างกาย สติปัญญา การพูด และ อาหาร ลูก 6 ปี 6 เดือนจะต้องการอะไรบ้างกันค่ะพัฒนาการทางร่างกายและการเคลื่อนไหว ของเด็กวัย 6 ขวบ 6 เดือน

ลูกในวัย 6 ขวบ 6 เดือน จะสนุกกับกิจกรรมทางกายภาพหลายอย่าง พวกเขาจะชอบออกกำลังกาย ทั้งในรูปแบบที่เล่นเป็นทีมเช่น การเตะบอล หรือ การเล่นคนเดียว เช่นการกระโดดเชือก ลูกน้อยจะกระตือรือร้นที่จะสนุกกับมัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาทักษะเคลื่อนไหวของลูกต่อไปในอนาคต

การพัฒนาด้านร่างกายของลูกน้อยก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ช่วงนี้ลูกจะสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตัวเอง ทั้ง สามารถแปรงฟันได้ และ สามารถทำกิจกรรมด้านสุขอนามัยอื่นๆได้

อย่างไรก็ตามหากคุณสังเกตเห็นว่าลูกในวัยนี้ บ่นถึงความเจ็บปวด ที่เกิดซ้ำๆมันสามารถบ่งบอกได้ถึงปัญหาสุขภาพที่รุนแรง เพราะลูกในวัย 6 ขวบ 6 เดือนสามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดของตัวเองได้แล้ว

ร่างกายและการเคลื่อนไหว พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ 6 เดือนที่ทำได้

  • สามารถกดปุ่มต่างๆได้อย่างเชี่ยวชาญ
  • เขียนตัวอักษรตรงบรรทัด
  • กระโดดลงบันได้
  • กระโดดเชือก
  • สามารถตีลังกาได้
  • ผูกเชือกรองเท้าได้
  • จับลูกบอลขนาดเล็กได้

เคล็ดลับด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว สำหรับเด็ก 6 ขวบ 6 เดือน

  • ส่งเสริมให้ลูกทำกิจกรรมที่เขาสนใจจริงๆ หรือ อยู่กับสิ่งที่เขาชอบ
  • สอนให้ลูกรู้จักภัยจากไฟ
  • ส่งเสริมให้ลูกเรียนว่ายน้ำ
  • จัดสรรเวลาฟรีไทม์ให้ลูกได้ตัดสินใจว่าเขาต้องการนำเวลาว่างไปทำอะไร

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกวัย 6 ขวบ 6 เดือน ไปพบกุมารแพทย์

  • หากลูกของคุณประสบปัญหากับการมองเห็นอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ ควรพาลูกไปพบแพทย์
  • ไม่สามารถสวมเสื้อผ้า ง่ายๆ ได้เช่นเครื่องแบบนักเรียน
  • ลูกกลับมาฉี่รดที่นอนอีกครั้ง หากลูกเคยหยุดฉี่รดที่นอนแล้ว แต่กลับมาฉี่รดที่นอนอีกครั้งควรไปพบแพทย์
  • เมื่อลูกมีปัญหาการนอนตอนกลางคืน นอนไม่หลับ 

พัฒนาการทางความคิด สติปัญญา และการเรียนรู้ ของเด็กวัย 6 ขวบ 6 เดือน

ในช่วง ที่ลูกอยู่ในช่วงวัย 6 ขวบ 6 เดือน เขามองสิ่งต่างๆได้เพียง ถูก หรือ ผิด แย่ หรือ ดี เพื่อน หรือ ศัตรู ทั้งหมดน้ี เพราะเขายังไม่สามารถมองเห็นตรงกลางได้

คุณพ่อ คุณแม่ จะพบว่า เด็กในวัยนี้จะมีอิสระในทางสติปัญญา และ อารมณ์ ในวัยนี้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ของลูกโดยการใช้ภาษา ตรรกะ มากกว่า การสังเกต และ ประสบการณ์

การเล่นละคร หรือ แฟนตาซีในวัยนี้จะลดน้อยลงมาก ลูกในวัย 6 ขวบ 6 เดือนจะสนใจในสิ่งที่ “จริง” มากขึ้นและพยายามจะสัมผัสโลก เหมือน พวกเขาเป็นผู้ใหญ่

ความคิด สติปัญญา และการเรียนรู้ พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ 6 เดือนที่ทำได้

  • ความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับสาเหตุ และ ผลกระทบความสัมพันธ์
  • เริ่มมีการจดจำได้ในเรื่องต่างๆ
  • สามารถจัดกลุ่มวัตถุตามขนาดรูปร่าง และ สีได้
  • แก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์อย่างง่ายได้ เช่น การบวก และ การลบ
  • แสดงให้เห็นถึงความอยากรู้เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับโลก และคำถามมากมาย

เคล็ดลับด้านความคิด สติปัญญา และการเรียนรู้ สำหรับเด็ก 6 ขวบ 6 เดือน

  • พ่อแม่สามารถตอบคำถามมากมายที่ลูกถามได้ รวมถึงตั้งคำถามเพื่อรกะตุ้นความคิดของลูก
  • พาลูกไปเที่ยวสถานที่น่าสนใจ ในสถานที่ใหม่ๆที่ไม่เคยไป โดยมุ้งเน้ไป สถานที่กระตุ้นความอยากรู้ อยากเห็น และ เพิ่มการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์ แม้แต่การเดินเล่นในสวนสาธรณะก็ช่วยให้ลูกอยากเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
  • ลองให้ลูกเล่นเกมส์ โดยแนวคิดไม่ควรเกี่ยวกับการเอาชนะ แต่ที่สิ่งที่ลูกไปใช้ในอนาคตได้
  • อดทนกับลูกน้อย และ ต้องเข้าใจเขา
  • ทำความเข้าใจโลกของลูก ตามเงื่อนไขของเขา
  • สร้างความมั่นใจของลูกคุณโดยการแสดงให้เห็นว่าคุณอยู่ที่นั่นเสมอไม่ว่าลูกจะทำอะไร 
  • สอนให้ลูกไม่กลัวความผิดพลาด
  • เสนอให้ลูกทดลองสิ่งใหม่ๆ

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกวัย 6 ขวบ 6 เดือน ไปพบกุมารแพทย์

  • เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เช่น ทำร้ายข้าวของและร่างกาย
  • แสดงพฤติกรรมวิตกกังวลและซึมเศร้า
  • มีปัญหาในการสื่อสารและเล่นกับเด็กคนอื่นๆ
  • ไม่สามารถทำตามคำแนะนำง่ายๆได้
  • ไม่รู้จักชื่อตัวเองเมื่อถูกเรียก

พัฒนาการทางอารมณ์และสังคม ของเด็กวัย 6 ขวบ 6 เดือน

อารมณ์ของเด็กในอายุ 6 ปี 6 เดือน นั้นสำคัญต่อการพัฒนามาก โดยในวัยนี้ลูกจะโฟกัสกับการเล่นเป็นกลุ่มที่สุด เพราะมันสำคัญต่อการเติบโต และ ความรู้สึกที่มั่นคงของเขา 

การรู้สึกถึงความสำเร็จนั้นเป็นสิ่งที่เด็กในวัย 6 ขวบ 6 เดือน เล็งเห็นถึงความสำคัญมาก โดยการเล่นจิ๊กซอว์ หรือ การปลูกต้นไม้ จะเป็นเหมือนกิจกรรมที่ถ้าเขาทำสำเร็จมันจะเหมือนเขาได้รางวัล

นอกจากนี้ยังเป็ฯเรื่องปกติที่ลูกของคุณจะเริ่มแบ่งปันมากขึ้น และในช่วงนี้ลูกจะมีการเจรจาต่อรอง และ ไม่ลังเล ที่จะร่วมมือช่วยเหลือปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นคนในหมู่มาก

อารมณ์และสังคม พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ 6 เดือนที่ทำได้

  • ให้ความสำคัญกับการยอมรับจากเพื่อน
  • เรียนรู้ที่จะแบ่งปัน
  • ให้ความสนใจกับมิตรภาพและากรทำงานเป็นทีม
  • ต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากเพื่อน
  • โหยหาความสำเร็จ
  • เจรจาต่อรองมากกว่าที่เอาแต่ใจเกี่ยวกับความต้องการ
  • มีแนวโน้มที่เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนรอบข้าง

เคล็ดลับด้านอารมณ์และสังคม สำหรับเด็ก 6 ขวบ 6 เดือน

  • แนะนำกิจกรรมที่จะพาลูกไปเข้าสังคมเช่น เข้าค่ายลูกเสือ
  • คอยชมลูกด้วยหากลูกทำสิ่งต่างๆได้ดี
  • ส่งเสริมให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเองและเสริมความภาคภูมิใจในตัวเอง
  • สนับสนุนความนับถือตัวเองให้กับลูก
  • พูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณกับลูกเพื่อช่วยให้เข้าใจกันมากขึ้น

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกวัย 6 ขวบ 6 เดือน ไปพบกุมารแพทย์

  • เมื่อลูกของคุณขี้อายหรือเงียบมากหลังจากกลับมาจากโรงเรียน
  • ลูกมีการแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและรุนแรง

พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร ของเด็กวัย 6 ขวบ 6 เดือน

ในวัย 6 ปี 6 เดือน ลูกจะกระโดดเข้าไปสู่โลกใบใหม่ของการเล่าเรื่องด้วยหนังสือและการสร้างผจญภัยจากหนังสือ 

จินตนาการของลูกจะถูกจุดประกายได้โดยจากการอ่าน และ การแบ่งปันความคิดกับเพื่อนๆของลูกคุณ พวกเขาจะสามารถแบ่งปันเรื่องที่อ่านให้กับคนรอบข้างได้ดีขึ้น

นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่พ่อแม่ หรือ ผู้ปกครองจะแนะนำสื่อการอ่านที่หลากหลาย อาจจะพาลูกไปห้องสมุด เพื่อได้ใช้เวลาที่มีคุณภาพร่วมกัน ร่วมถึงให้ลูกออกห่างจากจอด้วย

ภาษาและการสื่อสาร พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ  6 เดือนที่ทำได้

  • พูดด้วยประที่เรียบง่าย แต่สมบูรณ์
  • สามารถพูดถึงทักษะหรือพฤติกรรมบางอย่างได้
  • มีการโต้เถียง เจรจา เล็กน้อย
  • สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้ดีขึ้น
  • เห็นว่าบางคำมีมากกว่าหนึ่งความหมาย
  • สลับตัวอักษรได้บ่อยขึ้น

เคล็ดลับเรื่องอาหารและสุขภาพของเด็ก 6 ปี 6 เดือน

  • ในวันไหนที่มีอาหารประเภทเนื้อ และ โปรตีน แนะนำให้จับคู่กับอาหารที่มีวิตามินซี เพื่อให้ร่างกายลูกสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
  • จำกัดขนาดอาหารของลูกให้เข้ากับน้ำหนักตัว
  • ปล่อยให้ลูกได้ทานขนมบ้าง
  • โยเกิร์ตกรีกไขมันต่ำ
  • เนื้อสันในหมูหรือไก่หั่นเป็นชิ้น
  • เนยถั่วและแซนวิชเยลลี่
  • พาสต้ากับลูกชิ้น
  • เสิร์ฟโยเกิร์ต คู่กับผลไม้
  • ให้ลูกได้ลองช่วยพ่อแม่เข้าครัวเพื่อเสริมทักษะ โดยเป็นทักษะง่ายๆ เช่น ล้างผัก หรือ ผลไม้

อาการป่วยของเด็ก 6 ขวบ 6 เดือน

ถ้าลูกมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ความสูงไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ควรพาลูกไปปรึกษากุมารแพทย์ นอกจากนี้ อาการทางผิวหนังอื่น ๆ ก็เป็นจุดสังเกตให้พ่อแม่พาลูกไปพบแพทย์ได้เช่นกัน อาทิ ลูกมีผื่นคัน ผื่นแดง มีร่องรอยฟกช้ำ ปูดบวม ช้ำเขียว

ในหลาย ๆ โรงเรียน จะพูดคุยกับพ่อแม่เรื่องการฉีดวัคซีนให้กับลูก บางโรงเรียนจะจัดให้มีการฉีดวัคซีนภายในโรงเรียน แต่ถ้าไม่มี ลองตรวจเช็คได้ที่ ตารางการให้วัคซีนในเด็กไทยปกติ พ.ศ. 2562

ที่มา: sg.theasianparent